หลังฉีดโบ หน้าบวม แก้ไขอย่างไร? | สาเหตุ วิธีดูแลที่ถูกต้อง

หลังฉีดโบ หน้าบวม แก้ไขอย่างไร? | สาเหตุ วิธีดูแลที่ถูกต้อง

โบท็อกซ์เป็นหนึ่งในหัตถการเสริมความงามยอดนิยมที่ช่วยลดริ้วรอย ทำให้หน้าเรียว และคืนความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้า แต่หลังจากฉีดโบท็อกไปแล้ว หลายคนอาจพบว่า หลังฉีดโบ หน้าบวม จนทำให้เกิดความกังวลว่าเป็นอาการผิดปกติหรือไม่

จริงๆ แล้วอาการบวมหลังฉีดโบท็อกเป็นผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ และส่วนใหญ่จะหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจสาเหตุ อาการที่ควรระวัง และวิธีดูแลตนเองอย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณมั่นใจและผ่านพ้นช่วงเวลาหลังฉีดไปได้อย่างปลอดภัย

ในบทความนี้ จะพาไปทำความรู้จักกับสาเหตุของอาการบวม ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงข้อควรระวังสำหรับผู้ที่สนใจฉีดโบท็อก

หลังฉีดโบ หน้าบวม หรือไม่

อาการหลังฉีดโบ หน้าบวมสามารถเกิดขึ้นได้จริง แต่ถือเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยและเป็นเรื่องปกติมาก ไม่ใช่อาการที่น่าตกใจหรืออันตรายต่อชีวิต จากข้อมูลทางการแพทย์ ไม่เคยมีรายงานการเสียชีวิตจากการฉีดโบท็อกในผู้ที่ได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้

หลังฉีดโบ หน้าบวม หรือไม่

ทำไมหลังฉีดโบท็อกถึงบวม?

อาการบวมหลังฉีดโบท็อกเกิดจากสาเหตุหลักๆ ดังนี้

1. การตอบสนองตามธรรมชาติของผิวหนัง เมื่อมีการฉีดสารเข้าไปในชั้นผิวหนัง ร่างกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยการส่งน้ำเหลืองมารวมตัวบริเวณที่ได้รับการฉีด ทำให้เกิดอาการบวมเล็กน้อย

2. การระคายเคืองจากเข็มฉีด การเจาะผิวหนังด้วยเข็มฉีดทำให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบเล็กน้อยเป็นการชั่วคราว

3. ปริมาณและตำแหน่งการฉีด การฉีดในบริเวณที่มีผิวหนังบาง เช่น รอบดวงตา หรือการฉีดในปริมาณที่มาก อาจทำให้บวมมากกว่าบริเวณอื่นๆ

ผลข้างเคียงอื่นๆ จากการฉีดโบท็อก

นอกจากอาการหลังฉีดโบ หน้าบวมแล้ว การฉีดโบท็อกยังอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอื่นๆ ได้อีกหลายอาการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวและจะหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยไม่ต้องรักษาเพิ่มเติม มาทำความรู้จักกับผลข้างเคียงเหล่านี้กันค่ะ

  • อาการปวดศีรษะหรือความรู้สึกเจ็บๆคันๆ
  • รอยช้ำจากการที่เข็มฉีดยา
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง

อาการแพ้โบท็อก

 
อาการแพ้โบท็อก

หลังฉีดโบ หน้าบวม นั้น มีสาเหตุสำคัญที่ควรพึงระวังคือ การแพ้โบท็อกที่ฉีดเข้าไป ซึ่งน้อยคนมากที่จะเกิดอาการแพ้โบท็อก แต่เกิดขึ้นได้เนื่องจากร่างกายเราสร้างภูมิต้านทานมาต่อต้านโบท็อกที่ฉีดเข้าไป ซึ่งร่างกายแต่ละคนมีปฏิกิริยาตอบสนองมากน้อยแตกต่างกัน

ทำให้อาการแพ้ต่างกันออกไปด้วย โดยจะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน มีผื่นคันขึ้นตามผิวหนังบริเวณที่ฉีดโบท็อก นอกจากนี้ การใช้โบท็อกติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้ร่างกายเกิดการสร้างภูมิต้านทาน ส่งผลให้โบท็อกที่เราฉีดเข้าไปไม่เห็นเกิดผล

ฉีดโบท็อก อันตรายไหม

การใช้โบทูลินั่ม ท็อกซินติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้ร่างกายเกิดการสร้างภูมิต้านทานต่อโบทูลินั่ม ท็อกซิน หรือที่เรียกกันคุ้นปากว่าอาการดื้อโบ ไม่มีอันตรายถึงชีวิต  เมื่อใช้โดยผู้เชี่ยวชาญและใช้ฉีดเพื่อเสริมความงาม ผลข้างเคียงจากการฉีดที่อาจเกิดขึ้นได้แก่ อาการปวดศีรษะหรือความรู้สึกเจ็บๆคันๆ รอยช้ำจากการที่เข็มฉีดยาทำให้เกิดความบาดเจ็บต่อหลอดเลือด มักเกิดบริเวณหางตา อาการคิ้วหรือหนังตาตก ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้มักเป็นเล็กน้อยหรือปานกลาง และมักหายไปเอง

ใครบ้างที่ห้ามฉีดโบท็อก

ใครบ้างที่ห้ามฉีดโบท็อก
  1. ผู้ที่มีประวัติแพ้ โบทูลินั่ม ท็อกซิน อย่างรุนแรง
  2. ผู้หญิงที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือ อยู่ระหว่างให้นมบุตร
  3. เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ เป็นผู้มีความผิดปกติของกล้ามเนื้อ
  4. เป็นผู้มีภาวะเลือดออกง่ายผิดปกติ หรือ อยู่ในระหว่างกินยาที่มีผลทำให้เลือดออกแล้วหยุดยาก อาทิ ยาละลายลิ่มเลือด
  5. ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง หรือ ผู้ป่วย Strokeผู้ที่กำลังใช้ยารักษาบางชนิดที่ส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์

| อ่านเพิ่มเติม  10 อันดับคลินิกฉีดโบท็อกที่ดีที่สุด

สรุป

หลังฉีดโบ หน้าบวม เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยและถือว่าเป็นเรื่องปกติ โดยอาการบวมมักจะค่อยๆ บรรเทาลงและหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม หากคุณมีอาการบวมรุนแรง ร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีผื่นคันขึ้น อาจเป็นสัญญาณของการแพ้โบท็อก ซึ่งควรรีบพบแพทย์โดยทันที
การเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีใบประกอบวิชาชีพ และใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ อย่าลืมปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดเกี่ยวกับประวัติสุขภาพของคุณ และปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตนเองหลังฉีดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย และคุ้มค่ากับการตัดสินใจ

About The Author