การฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นหัตถการเสริมความงามยอดนิยมที่ช่วยเพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปาก แต่หลายคนยังมีความกังวลเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งทำครั้งแรก คำถามที่พบบ่อยคือ จะมีอาการอย่างไรบ้าง บวมนานแค่ไหน และต้องดูแลตัวเองอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและคงทนนาน บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจทุกแง่มุมของการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปากแบบครบถ้วน เพื่อให้สามารถมั่นใจและปลอดภัยในทุกขั้นตอน
ฟิลเลอร์ปาก คืออะไร
เป็นการใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid หรือ “HA” เพื่อช่วยเติมเต็มหรือเสริมให้ริมฝีปากกลับมาดูอวบอิ่ม เต่งตึง ชุ่มชื้นขึ้น ริ้วรอยบริเวณริมฝีปากที่เป็นสาเหตุให้ลิปสติกตกร่องก็จะหายไป ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น สามารถแต่งหน้าไปทำงานได้เลยในวันรุ่งขึ้น
| อ่านเพิ่มเติม ฟิลเลอร์ปาก คืออะไร? ปากแบบไหนที่ควรฉีด
วิธีลดบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
การลดอาการบวมช้ำหลังฉีดฟิลเลอณ์ปาก สามารถทำได้ด้วยตนเองที่บ้าน มีดังนี้
- ไม่จับ บีบ นวด หรือกดบริเวณริมฝีปากที่มีการฉีดฟิลเลอร์เข้าไป
- ไม่ควรดึงหรือลอกหนังริมฝีปาก
- งดดื่มเครื่องดื่มร้อน ๆ ช่วง 7 วันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ปากไป
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือ สูบบุหรี่
- เลี่ยงอาหารหมักดอง หรืออาหารที่มีรสจัดเกินไป
- งดรับประทานอาหารเสริมหรือยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด กลุ่ม NSAIDs, แอสไพริน (aspirin) และ ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
หลังฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วเป็นก้อนเกิดจากตัวยาที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ใช่ฟิลเลอร์แท้ ทำให้เกิดเป็นก้อนขึ้นมาได้ และสามารถเกิดได้หากแพทย์ที่รักษาไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ มีการวางตำแหน่งยาที่ผิดชั้น ก็จะทำให้เกิดก้อนจนสามารถสังเกตได้ชัดเจน เนื่องจากตำแหน่งริมฝีปากมีเส้นเลือดฝอยเล็กอยู่มากมาย ทำให้ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์เป็นสำคัญ ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก – ทำความรู้จักฟิลเลอร์แบบละเอียด
ควรทานอะไรหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
สิ่งที่ควรรับประทานหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ และตัวยาอยู่ได้นาน มีดังนี้
- ควรดื่มน้ำหลังฉีดฟิลเลอร์ปากให้มาก
หลังฉีดฟิลเลอร์ควรดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อความชุ่มชื้นและให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดไปอุ้มน้ำและฟูขึ้น - สามารถรับประทานยาได้หากมีปวดในบริเวณที่ฉีด แพทย์แนะนำกลุ่มยาแก้ปวด พาราเซตามอล
- แนะนำให้รับประทานอาหาร หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวมีวิตามินเอและวิตามินซีสูง เช่น สับปะรด แครอท กีวี่ สตอเบอร์รี่ เป็นต้น
อาหารที่กล่าวมาข้างต้น จะมีคุณสมบัติที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเป็นผลดีที่ทำให้บาดแผลจากการฉีดฟิลเลอร์ปากฟื้นตัวได้เร็วมากขึ้น
| ฉีดฟิลเลอร์ปากที่ไหนดี | รีวิวคลินิก 10 อันดับท็อป ปากสวยอวบอิ่ม
หลังฉีดฟิลเลอร์ปากห้ามทำอะไรบ้าง
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปากในช่วงแรกถือเป็นช่วงสำคัญที่สุดที่จะกำหนดความสำเร็จของผลลัพธ์ มีข้อห้ามสำคัญที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและให้ฟิลเลอร์อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
ข้อห้ามในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
- ห้ามจับ บีบ นวด หรือกดบริเวณปาก เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่และเสียทรงที่แพทย์ออกแบบไว้
- ห้ามออกกำลังกายหนัก หรือทำกิจกรรมที่ทำให้ใบหน้าร้อนมากเกินไป เนื่องจากจะทำให้บวมมากขึ้น
- ห้ามนอนคว่ำหรือนอนทับบริเวณปาก ควรนอนหงายและหนุนหมอนให้ศีรษะสูงเล็กน้อย
ข้อห้ามในช่วง 7 วันแรก
- ห้ามดื่มเครื่องดื่มร้อนจัด เช่น กาแฟร้อน ชาร้อน เพราะความร้อนจะทำให้บวมนานขึ้น
- ห้ามใช้หลอดดูดเครื่องดื่ม การดูดจะทำให้กล้ามเนื้อรอบปากทำงานมากเกินไปและอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่
- ห้ามทำทรีตเมนต์ความร้อน เช่น อบซาวน่า แช่น้ำร้อน หรือทำเลเซอร์บริเวณใบหน้า
- ห้ามเปิดปากกว้างมากเกินไป เช่น การหาวอ้าปากกว้าง หรือรับประทานอาหารชิ้นใหญ่
สรุป
การดูแลตัวเอง หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในช่วง 2-3 วันแรกที่อาจมีอาการบวมช้ำเล็กน้อย สิ่งสำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัส บีบ หรือนวดบริเวณที่ฉีด พร้อมทั้งเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ดื่มน้ำมากๆ และงดเครื่องดื่มร้อนในช่วงแรก หากเลือกคลินิกที่มีมาตรฐานและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ จะได้ผลลัพธ์ริมฝีปากที่สวยงามอย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัยอย่างแน่นอน

