ทำรีแพร์ คืนความกระชับช่องคลอด วิธีการ ข้อดีข้อเสีย

ทำรีแพร์ คืนความกระชับช่องคลอด วิธีการ ข้อดีข้อเสีย

การ ทำรีแพร์ กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่ต้องการดูแลสุขภาพช่องคลอดอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหย่อนคล้อยหลังคลอดบุตร ปัสสาวะเล็ดเวลาไอหรือจาม หรือความไม่มั่นใจในชีวิตคู่ ทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ปลอดภัย และเห็นผลจริง วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยทุกเรื่องเกี่ยวกับการทำรีแพร์ ตั้งแต่วิธีการ ราคา ไปจนถึงการดูแลหลังทำ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

รู้จักกับการ ทำรีแพร์

การ ทำรีแพร์ คือ การผ่าตัดตกแต่งช่องคลอดให้กระชับขึ้นสำหรับผู้ที่มีปัญหาช่องคลอดหย่อนคล้อย หย่อนยานซึ่งคนส่วนใหญ่มักเรียกกันว่าการทำสาว แต่ในความเป็นจริงทางการแพทย์นั้น การรีแพร์ไม่ได้ช่วยแค่ในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์เพียงอย่างเดียวหากแต่ยังช่วยแก้ไขปัญหาภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนที่เกิดจากการคลอดบุตรหลายคนหรือเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ซึ่งอาจนำมาซึ่งปัญหาหลายๆ อย่างทั้งอาการปัสสาวะเล็ดเมื่อไอ จาม และความไม่มั่นใจในการใช้ชีวิตคู่

| อ่านเพิ่มเติม  ประโยชน์จากการทำรีแพร์

ใครที่เหมาะกับการ ทำรีแพร์

ใครที่เหมาะกับการ ทำรีแพร์

เหมาะกับสาวๆ กลุ่มอายุ 30-50 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการแต่งงานและผ่านการคลอดบุตรมาแล้ว การรีแพร์จะเป็นการผ่าตัดในแง่ศัลยกรรมเพื่อความสวยงามและเพิ่มความมั่นใจ ช่องคลอดกระชับขึ้น ปากช่องคลอดเล็กลง กล้ามเนื้อช่องคลอดตึงตัวขึ้น ลดอาการแห้งของช่องคลอด ส่วนกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือวัยทอง จะเป็นการผ่าตัดเพื่อรักษาภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน ช่วยแก้ไขปัญหาปัสสาวะเล็ด กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ได้

ข้อดีและข้อเสียของการทำรีแพร์

ข้อดีและข้อเสียของการทำรีแพร์

ข้อดีของการทำรีแพร์

  • แก้ไขปัญหาปัสสาวะเล็ดเวลาไอ จาม หรือออกกำลังกาย
  • ลดอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในผู้สูงอายุ
  • ป้องกันภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนที่รุนแรงขึ้นในอนาคต
  • ลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • ช่วยให้ช่องคลอดมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น
  • เพิ่มความมั่นใจในตัวเอง
  • ปรับปรุงคุณภาพชีวิตคู่ให้ดีขึ้น
  • ลดความกังวลเรื่องกลิ่นหรือการหลุดของแผ่นอนามัย
  • รู้สึกเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์มากขึ้น
  • เห็นผลได้จริงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ (โดยเฉพาะวิธีผ่าตัด)
  • ผลลัพธ์คงทนยาวนาน 5-10 ปี หรือมากกว่า
  • สามารถแก้ไขปัญหาได้หลายอย่างในคราวเดียว

ข้อเสียของการทำรีแพร์

วิธีผ่าตัด

  • มีความเสี่ยงจากการผ่าตัดและดมยาสลบ
  • ต้องพักฟื้นนาน 4-6 สัปดาห์
  • มีแผลและอาจเจ็บหลังผ่าตัด
  • งดเพศสัมพันธ์นาน 6-8 สัปดาห์
  • ค่าใช้จ่ายสูง และไม่สามารถทำซ้ำได้บ่อย
  • อาจมีรอยแผลเป็น

วิธีเลเซอร์

  • ต้องทำหลายครั้งถึงจะเห็นผล (3-5 ครั้ง)
  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร ต้องทำซ้ำทุก 1-2 ปี
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหย่อนคล้อยมาก
  • ค่าใช้จ่ายสะสมอาจสูงกว่าผ่าตัดในระยะยาว
  • อาจรู้สึกร้อนหรือแสบระหว่างทำ

ข้อเสียทั่วไป

  • หากตั้งครรภ์และคลอดทางช่องคลอดอีก ผลการรักษาจะหายไป
  • ต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักๆ ในช่วงพักฟื้น
  • อาจมีอาการบวม ช้ำ ในช่วงแรก
  • ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
  • ต้องมีวินัยในการดูแลตัวเองหลังทำ

คำแนะนำ: ควรชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียให้ดี ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสม และเลือกวิธีที่ตอบโจทย์ปัญหาของตัวเองมากที่สุด

ทำรีแพร์ ด้วยการผ่าตัด

ทำรีแพร์ ด้วยการผ่าตัด

การผ่าตัดจะเริ่มจากการวางยาสลบแก่ผู้ป่วย จากนั้นแพทย์จะกรีดเปิดแผลจากปากช่องคลอดไปตามแนวผนังช่องคลอดด้านหลัง แล้วตกแต่งซ่อมแซมเนื้อเยื่อด้วยวัสดุต่างๆ เพื่อให้ขนาดของช่องคลอดเล็กลงและกระชับกว่าเดิม ในบางรายอาจต้องผ่าตัดบริเวณเนื้อเยื่อและผิวหนังบริเวณปากช่องคลอดร่วมด้วยเพื่อให้มีการหดรัดที่ดีกว่าเดิม

ทำรีแพร์ ด้วยการเลเซอร์

เป็นการนำเครื่องยิงเลเซอร์ขนาดเล็กใส่เข้าไปในช่องคลอด จากนั้นก็จะยิงเลเซอร์ตามระยะเวลาที่แพทย์ได้วางแผนไว้ ซึ่งส่วนมากจะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีในการรักษาแต่ละครั้ง

เมื่อยิงเลเซอร์เข้าไปแล้ว ความร้อนที่ได้จากเลเซอร์จะไปกระตุ้นให้คอลลาเจนที่อยู่ตามเนื้อเยื่อช่องคลอดเกิดการหดตัวลง ขณะเดียวกันก็จะไปกระตุ้นให้เนื้อเยื่อสร้างคอลลาเจนและสารอีลาสติกใหม่ ซึ่งจะทำให้ภายในช่องคลอดหนาตัวขึ้นกว่าเดิม ผลที่ได้คือภายในช่องคลอดมีความแข็งแรง และกระชับ

สรุป

การ ทำรีแพร์ ไม่ใช่เรื่องน่าอายอีกต่อไป แต่เป็นการดูแลสุขภาพที่จำเป็นสำหรับผู้หญิงทุกวัย ไม่ว่าจะเลือกวิธีผ่าตัดหรือเลเซอร์ สิ่งสำคัญคือต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินปัญหาและเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด อย่าปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้ลดคุณภาพชีวิตของคุณ เมื่อมีทางเลือกที่ปลอดภัยและได้ผลจริงให้คุณกลับมามั่นใจและมีความสุขกับชีวิตได้อีกครั้ง

About The Author