หลังทํารีแพร์ ถือเป็นช่วงสำคัญที่ต้องให้ความใส่ใจในการดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการทำรีแพร์ด้วยวิธีผ่าตัดหรือเลเซอร์ก็ตาม การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องในช่วงพักฟื้นจะช่วยให้แผลหายเร็ว ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และทำให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ หลายคนมักกังวลว่าหลังจากผ่านกระบวนการรีแพร์มาแล้วควรทำอย่างไร มีอาการอะไรที่เป็นเรื่องปกติ และอาการใดบ้างที่ควรรีบพบแพทย์ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจกับทุกขั้นตอนการดูแลตัวเองหลังทํารีแพร์อย่างละเอียด เพื่อให้คุณมั่นใจและผ่านช่วงพักฟื้นได้อย่างราบรื่น – เจาะลึก รีแพร์ คืออะไร
อาการปวดบริเวณแผลผ่าตัด
ในระยะ 2-3 วันแรกอาจมีอาการปวดบริเวณแผลผ่าตัดและบริเวณก้นกบ รวมทั้งอาจมีอาการปวดเบ่งคล้ายอยากถ่ายอุจจาระตลอดเวลา ในกรณีที่ผู้เข้ารับการผ่าตัด มีอาการปวดบริเวณแผลผ่าตัดมากขึ้น ควรกลับมาพบแพทย์ในทันที
| ทางเลือกกระชับช่องคลอดด้วยเลเซอร์ ปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยง
ปัสสาวะลําบาก หรือปัสสาวะไม่ออก
ผู้ที่มีภาวะดังกล่าว จะมีสาเหตุมาจากอาการปวดแผลผ่าตัดมาก ซึ่งทำให้มีการเกร็งของกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน ส่งผลต่อการคลายตัวของหูรูดของท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะลำบาก ซึ่งได้รับการดูแลรักษาต่อเนื่องจากแพทย์จนกว่าภาวะดังกล่าวจะดีขึ้น
ภาวะเลือดออกมากผิดปกติ / เลือดคั่ง
เนื่องจากช่องคลอดเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดค่อนข้างมาก ดังนั้นแพทย์ผู้ผ่าตัดต้องให้ความระมัดระวังในการผ่าตัด รวมทั้งมีเทคนิคการเย็บแผลผ่าตัดที่ดี ในการป้องกันการเกิดภาวะแผลฉีก รวมไปถึงต้องมีการปฏิบัติตัวที่ไม่ทำให้แผลได้รับผลกระทบมากจนเกินไป
แผลอักเสบ หรือแผลติดเชื้อ
เป็นภาวะที่อาจพบได้ เนื่องจากแผลผ่าตัดอยู่บริเวณที่ใกล้ทางเดินปัสสาวะและอุจจาระ ซึ่งมีแบคทีเรียชนิดต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด การป้องกันการติดเชื้อแล้วเกิดแผลแยก โดยการฉีดยาปฏิชีวนะก่อนการผ่าตัด และการรับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบหลังการผ่าตัด
- ช่องคลอดมีความฟิตและกระชับขึ้น
- ผนังช่องคลอดมีความชุ่มชื้นที่ดีมากขึ้น ลดอาการแห้งของช่องคลอด
- ระบบการเลือดไหลเวียนบริเวณช่องคลอดดีขึ้น
- อาการปัสสาวะเล็ดลดลง และสามารถกลั้นปัสสาวะได้ดีขึ้น
- ผนังช่องคลอดมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นดีขึ้น
- ระบบประสาทสัมผัสบริเวณช่องคลอดดีขึ้น
- ผิวด้านนอกโดยรอบตึงกระชับและเรียบเนียนมากขึ้น
- ใน 3 วันแรกขยับตัวให้น้อยที่สุดนอนให้นิ่งที่สุด
- งดการยกของหนักประมาณ 2 สัปดาห์
- สามารถอาบน้ำได้ตามปกติแต่ห้ามใช้น้ำยาทำความสะอาดภายใน
- ไม่กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระ
- ถ้ามีอาการบวม เขียวช้ำหรือปัสสาวะไม่ออกให้รีบปรึกษาแพทย์
- หากมีเลือดออกใน 2-3 วันแรกสามารถใส่ผ้าอนามัยเพื่อซับเลือดได้
- แผลจะหายภายใน 7-10 วันโดยไหมจะละลายไปเอง ไม่ต้องตัดไหม
- ทานยาและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์และมาพบแพทย์หลังผ่าตัด 1 สัปดาห์
- งดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 45 วันหลังผ่าตัด
- งดอาหารแสลงพวกของหมักดอง อาหารทะเล เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และบุหรี่ประมาณ 1 เดือน – อาหารช่วยกระชับช่องคลอดมีอะไรบ้าง
- กิจกรรมที่ต้องก้มตัวสุด หรือแอ่นหลังสุด
- ไม่ยกของหนักเกิน 5 กิโลกรัม
- เก็บของที่ตกจากพื้นด้วยวิธีย่อเข่าแทน
- ไม่นั่งท่าใดท่าหนึ่งนานเกิน 2 ชั่วโมง
- งดการนั่งพับเพียบ
- ไม่ควรอยู่ในที่ซึ่งมีการสั่นสะเทือน
- ไม่ทำกิจกรรมที่มีแรงกระแทกที่หลัง
สรุป
การดูแลตัวเอง หลังทํารีแพร์ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การรักษาประสบความสำเร็จและได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ทั้งการสังเกตอาการผิดปกติ การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด การพักผ่อนให้เพียงพอ และการหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจกระทบต่อแผล สิ่งสำคัญคือต้องให้เวลากับร่างกายในการฟื้นตัว โดยเฉพาะการงดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 45 วัน หากมีอาการผิดปกติใดๆ หลังทํารีแพร์ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในระยะยาว

