ร้อยไหม คือ วิธียกกระชับใบหน้าแบบไม่ผ่าตัด ผิวเต่งตึงและลดริ้วรอย

ร้อยไหม คือ วิธียกกระชับใบหน้าแบบไม่ผ่าตัด ผิวเต่งตึงและลดริ้วรอย

ใครที่กำลังมองหาวิธีกระชากความอ่อนเยาว์กลับคืนมาโดยไม่ต้องผ่าตัดใช่ไหม? ร้อยไหม คือ หัตถการยกกระชับใบหน้าที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในวงการความงาม เพราะสามารถแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพักฟื้นนาน และเห็นผลได้ทันที วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับการร้อยไหมแบบละเอียด ตั้งแต่หลักการทำงาน ประเภทของไหม ข้อดีข้อเสีย ไปจนถึงการดูแลตัวเองหลังทำ เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจว่าเหมาะกับคุณเองหรือไม่

ร้อยไหม คืออะไร

การ ร้อยไหม คือ วิธียกกระชับผิวที่ใช้ได้ทั้งกับผิวหน้าและผิวกาย เพียงแต่นิยมใช้กับผิวหน้ามากกว่า ช่วยแก้ปัญหาผิวหนังบนใบหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณแก้ม ร่องจมูก ขากรรไกร หน้าผาก โดยใช้ไหมละลายจำนวนหลายเส้นร้อยเข้าไปในใต้ผิวหนัง การทำเช่นนี้ส่งผลให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อใต้ผิวและมีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่บริเวณรอบเส้นไหม ทำให้ผิวหน้าถูกดึงรั้งจนเต่งตึง ทั้งยังช่วยให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงผิวหนังบริเวณดังกล่าวมากขึ้น – ไหมโครงตาข่าย (Tesslift) ช่วยยกกระชับความเต่งตึงให้ใบหน้า

ชนิดของไหม

ชนิดของไหม

ไหมที่ใช้ในหัตถการนี้มีหลายชนิด แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือไหมละลาย PDO ทำจากโพลีไดออกซาโนน (Polydioxanone) ซึ่งใช้ในการเย็บแผลผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ มักไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้และได้รับการรับรองความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และไม่ต้องเป็นกังวลว่าเส้นไหมเหล่านี้จะติดอยู่ใต้ผิวหนัง เพราะไหมจะค่อย ๆ สลายตัวไปเองภายใน 8 เดือน

| อ่านเพิ่มเติม ร้อยไหมก้างปลา คืออะไร?

ใครเหมาะกับการร้อยไหม

การยกกระชับผิวหน้าด้วยวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30-60 ปีขึ้นไป โดยเนื้อเยื่อต้องไม่ยุบตัวหรือผิวหนังต้องไม่หย่อนคล้อยมากเกินไป เพราะหากผิวหนังหย่อนมากเนื่องจากอายุหรือมีน้ำหนักตัวมาก อาจต้องใช้วิธีนี้ร่วมกับวิธีอื่น ๆ จึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

ใครเหมาะกับการร้อยไหม
  • ผู้ที่มีใบหน้าไม่เรียว กระชับ
  • ผู้ที่มีแก้มเยอะ หรือแก้มหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่มีริ้วรอย
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิว

ผลลัพธ์การร้อยไหมอยู่ได้นานแค่ไหน

ผลลัพธ์ยกกระชับใบหน้าด้วยการร้อยไหม โดยผลลัพธ์จะคงอยู่ประมาณ 1-2 ปี และอาจเริ่มกลับมาหย่อนคล้อยเล็กน้อยหลังจาก 6 เดือนแรก ทำให้อาจต้องเข้ารับการร้อยไหมอีกครั้งเพื่อคงผลลัพธ์ให้ยาวนานยิ่งขึ้น โดยทั่วไปใบหน้าของผู้เข้ารับการร้อยไหมอาจบวมในตอนแรก และกลับมาดูเป็นปกติภายในประมาณ 24-48 ชั่วโมง แต่บางรายอาจปรากฏรอยพับหรือรอยย่นของผิวหนังเป็นเวลาหลายสัปดาห์ได้

ข้อดี – ข้อเสียของการร้อยไหม

ข้อดี - ข้อเสียของการร้อยไหม

ข้อดีของการร้อยไหม

  • ไม่ต้องพักฟื้นนาน กลับไปใช้ชีวิตปกติได้เลย
  • ไม่บวม ไม่ช้ำ หรือมีน้อยมาก
  • เหมาะกับคนไม่มีเวลาพักฟื้นหรือกลัวการผ่าตัด
  • สันจมูกคมชัดกว่าฟิลเลอร์
  • ยกปลายจมูกได้ด้วยเทคนิคพิเศษ
  • กระตุ้นร่างกายสร้างเนื้อเยื่อจมูกใหม่ได้เอง
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่โด่งเกินไป
  • ปลอดภัยกว่าฟิลเลอร์จมูก ไม่เสี่ยงตาบอด
  • ไม่มีความเสี่ยงจากการอุดตันเส้นเลือด
  • ไหมละลายได้เองตามธรรมชาติ
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18 เดือน – 2 ปี
  • เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการใส่ซิลิโคนถาวร

 | อ่านเพิ่มเติม  ข้อดีของการร้อยไหม

ข้อเสียของการร้อยไหม

  • มีความเจ็บและไม่สบายใบหน้าระหว่างทำ หรืออาจรู้สึกตึงๆ ในช่วงแรกหลังทำ
  • อาจมีอาการบวมและเกิดรอยฟกช้ำได้บ้างในบางราย
  • บางรายอาจมีรอยย่นของผิวหนังหลังทำ
  • ไหมอาจเคลื่อนตัวได้หากดูแลไม่ถูกต้อง
  • มีโอกาสติดเชื้อหากใช้อุปกรณ์ไม่สะอาด
  • หากติดเชื้อแล้วอาจเกิดเชื้อดื้อยา รักษายาก
  • ต้องทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญเท่านั้น

หมายเหตุ: ผลข้างเคียงส่วนใหญ่จะหายไปเองภายใน 2-7 วัน แต่ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานเพื่อลดความเสี่ยง

นอกจากนี้ การร้อยไหมอาจให้ผลดียิ่งขึ้นหากใช้วิธียกกระชับอื่น ๆ ร่วมด้วยในภายหลัง โดยเฉพาะวิธีที่ไม่ใช้การศัลยกรรมซึ่งจะให้ผลดีมากกว่า หรืออาจใช้กับผู้ที่เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดยกหน้าไปแต่ยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดครั้งต่อไป ในกรณีนี้อาจเลือกการร้อยไหมแทนได้เช่นกัน – ร้อยไหมกับฟิลเลอร์ หัตถการที่ตอบโจทย์ความงามได้ทุกรูปแบบ

สรุป

การ ร้อยไหม คือ วิธีการยกกระชับใบหน้าแบบไม่ผ่าตัด ด้วยไหมละลาย PDO ที่ปลอดภัย ได้รับการรับรองจาก อย. แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ควรพิจารณาข้อจำกัดและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นด้วย สิ่งสำคัญที่สุดคือควรเลือกคลินิกและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามตามต้องการ

About The Author