ดูดไขมันด้วยเครื่อง VASER ลดไขมันส่วนเกินได้สัดส่วนในครั้งเดียว

ดูดไขมันด้วยเครื่อง VASER ลดไขมันส่วนเกินได้สัดส่วนในครั้งเดียว

ปัญหาไขมันส่วนเกินที่สะสมตามจุดต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา สะโพก หรือแม้แต่ใต้คาง ถือเป็นปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญ แม้จะพยายามออกกำลังกายและควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัดแล้ว แต่ไขมันบางส่วนก็ยังคงดื้อรั้นไม่ยอมหายไป ทำให้สัดส่วนดูไม่สมส่วน ขาดความมั่นใจในการแต่งตัว

ดูดไขมันด้วยเครื่อง VASER จึงกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) ในการสลายและกำจัดไขมันส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่ออื่นๆ รอบข้าง ทำให้มีความปลอดภัยสูง บวมช้ำน้อย และฟื้นตัวได้เร็วกว่าการดูดไขมันแบบเดิมๆ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับเครื่อง VASER กันอย่างละเอียด ตั้งแต่หลักการทำงาน ความเหมาะสม ไปจนถึงขั้นตอนการรักษา

สารบัญ

ดูดไขมัน แบบ VASER คืออะไร

VASER หรือชื่อเต็มคือ Vibration Amplification of Sound Energy at Resonance เป็นเทคโนโลยีการดูดไขมันที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน โดยใช้หลักการของคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ในระดับความถี่ที่เฉพาะเจาะจง เพื่อเข้าไปทำลายเฉพาะเซลล์ไขมันในชั้นไขมันเท่านั้น โดยไม่กระทบกับเนื้อเยื่อข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือด เส้นประสาท หรือเนื้อเยื่อคอลลาเจนที่ทำหน้าที่พยุงผิว

 
ดูดไขมัน แบบ VASER คืออะไร

หลักการทำงานของเครื่อง VASER

เครื่อง VASER จะปล่อยพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปในชั้นไขมัน ทำให้ก้อนไขมันสั่นสะเทือนและแตกตัวกลายเป็นของเหลว (Liquefied Fat) จากนั้นจึงดูดไขมันที่เป็นของเหลวนี้ออกมาจากร่างกายอย่างนุ่มนวลและง่ายดาย โดยที่เนื้อเยื่อโครงสร้างผิวยังคงความแข็งแรงและไม่ได้รับความเสียหาย

ข้อได้เปรียบของ VASER เหนือการดูดไขมันแบบเดิม

  • ความแม่นยำสูง สามารถเลือกทำลายเฉพาะเซลล์ไขมัน โดยไม่กระทบเนื้อเยื่ออื่น
  • บวมช้ำน้อย เนื่องจากไม่ทำลายเส้นเลือดและเส้นประสาท จึงมีรอยฟกช้ำน้อยกว่า
  • ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น มักใช้เวลาพักฟื้นเพียง 3-7 วัน
  • ผิวกระชับ คอลลาเจนไม่ถูกทำลาย ทำให้ผิวยังคงความกระชับหลังดูดไขมัน
  • ปลอดภัยสูง ได้รับการรับรองจาก US FDA และ อย. ไทย
  • เห็นผลเร็ว บางคนสังเกตเห็นสัดส่วนที่เปลี่ยนไปได้ภายใน 1-2 วันหลังทำ

ดูดไขมัน Vaser Liposelection (VASER) เหมาะกับใคร

การดูดไขมันด้วยเครื่อง VASER ไม่ใช่วิธีการลดน้ำหนัก แต่เป็นการปรับสัดส่วนเฉพาะจุด ที่มีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่ ดังนั้น จึงเหมาะกับกลุ่มบุคคลดังนี้

ดูดไขมัน Vaser Liposelection (VASER) เหมาะกับใคร

ผู้ที่เหมาะสมกับการดูดไขมัน VASER

  • คนที่มีไขมันดื้อสะสมเฉพาะจุด ที่ออกกำลังกายและควบคุมอาหารแล้วก็ไม่หาย เช่น พุงหมาน้อย ต้นขาใหญ่ เหนียงสองชั้น นมน้อย
  • คนที่น้ำหนักใกล้เคียงหรือเท่ากับเป้าหมาย แต่ยังมีสัดส่วนที่ไม่สมส่วน มีค่า BMI อยู่ระหว่าง 20-32
  • คุณแม่หลังคลอด ที่มีปัญหาหน้าท้องหย่อนคล้อย เนื้อเผละ และมีไขมันสะสมที่ไม่หายด้วยการออกกำลังกาย
  • ผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Six Pack) หรือ เอว S และ Sexy Line (ร่อง 11)
  • คนที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการผ่าตัด
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและชัดเจน ภายในครั้งเดียว

ผู้ที่ไม่เหมาะกับการดูดไขมัน VASER

  • ผู้ที่มีโรคหัวใจและโรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
  • ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าและใช้ยาบางชนิดที่อาจทำให้ยาชาไม่ออกฤทธิ์
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป (BMI สูงเกิน 32) ควรลดน้ำหนักก่อน

หมายเหตุ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนตัดสินใจเสมอ – ดูดไขมัน เห็นผลจริงหรือไม่?

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการดูดไขมัน

การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การดูดไขมันปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการดูดไขมัน
  • หยุดยาและอาหารเสริมบางชนิด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เช่น แอสไพริน (Aspirin) ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) น้ำมันตับปลา วิตามินอี ยาและสมุนไพรที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน
  • ปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด เช่น ประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว การแพ้ยา

ขั้นตอนการดูดไขมันด้วยเครื่องดูดไขมัน VASER

การดูดไขมันด้วย VASER มีขั้นตอนที่ละเอียดและปลอดภัย ดังนี้

 
ขั้นตอนการดูดไขมันด้วยเครื่องดูดไขมัน VASER

ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมตัวและวางยา

แพทย์จะทำการออกแบบและมาร์กตำแหน่งที่จะดูดไขมันอย่างละเอียด เพื่อให้ได้สัดส่วนที่สวยงามและสมส่วนที่สุด

ฉีดยาชาเฉพาะที่ หรือวางยาสลบ ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และปริมาณไขมันที่จะดูด

ฉีดสารละลาย Tumescent Solution (น้ำเกลือผสมยาชาและยาห้ามเลือด) เข้าไปในชั้นไขมัน เพื่อ

  • ลดความเจ็บปวด
  • ลดการเสียเลือด
  • ทำให้ไขมันพองตัวและง่ายต่อการดูด

ขั้นตอนที่ 2 การสลายไขมันด้วยคลื่นอัลตราซาวด์

เปิดแผลขนาดเล็กประมาณ 2-5 มิลลิเมตร ในตำแหน่งที่ซ่อนเร้น

ใส่หัวดูดพิเศษของเครื่อง VASER (Cannula) เข้าไปในชั้นไขมัน

เครื่อง VASER จะปล่อยคลื่นอัลตราซาวด์ความถี่สูงเพื่อสั่นสะเทือนและทำลายเซลล์ไขมันให้แตกตัวกลายเป็นของเหลว โดยไม่กระทบเนื้อเยื่อรอบข้าง

ขั้นตอนที่ 3 การดูดไขมันออก

เมื่อไขมันกลายเป็นของเหลวแล้ว แพทย์จะดูดไขมันออกมาอย่างนุ่มนวลและแม่นยำ

ใช้เทคนิค Triple Layers (ดูดไขมันทั้ง 3 ชั้น) เพื่อให้ผิวเรียบเนียนและไม่เป็นคลื่น

  • ชั้นแรก ไขมันที่ติดผิวหนัง (Superficial Layer)
  • ชั้นกลาง ไขมันที่สะสมมาก (Middle Layer)
  • ชั้นลึก ไขมันที่ติดกล้ามเนื้อ (Deep Layer)

ขั้นตอนที่ 4 ปิดแผลและใส่ชุดกระชับ

เย็บปิดแผลด้วยความประณีต ใช้ไหมละเอียดเพียง 1-2 เข็ม

ใส่ชุดกระชับทันที เพื่อช่วยให้ผิวกระชับเข้ารูปและลดการบวม

พักสังเกตอาการประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง หากไม่มีอาการผิดปกติก็สามารถกลับบ้านได้

สรุป

ดูดไขมันด้วยเครื่อง VASER คือทางเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการกำจัดไขมันดื้อที่สะสมเฉพาะจุด โดยเทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวด์ช่วยให้การดูดไขมันมีความแม่นยำสูง ปลอดภัย บวมช้ำน้อย และฟื้นตัวเร็วกว่าวิธีการแบบเดิมอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ได้สัดส่วนที่เล็กลงและกระชับขึ้นเพียงครั้งเดียว

อย่างไรก็ตาม การดูดไขมันไม่ใช่วิธีลดน้ำหนัก แต่เป็นการปรับสัดส่วนให้สวยงามและสมส่วนมากขึ้น จึงเหมาะสมกับผู้ที่มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่มีไขมันส่วนเกินที่ออกกำลังกายแล้วไม่หาย การเตรียมตัวที่ดีและการเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และใช้เครื่องมือที่ได้รับการรับรองจาก US FDA และ อย. ไทย จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัย

หากคุณกำลังมองหาวิธีแก้ปัญหาไขมันส่วนเกินที่ดื้อรั้น การดูดไขมันด้วยเครื่อง VASER อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา แต่อย่าลืมปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณมากที่สุดก่อนตัดสินใจเสมอ

About The Author