การดูดไขมันในปัจจุบันมีเทคโนโลยีให้เลือกหลากหลาย แต่ละแบบก็มีข้อดีที่แตกต่างกัน สำหรับใครที่กังวลเรื่องความเจ็บปวดหลังการทำหัตถการ หรือต้องการใช้เวลาพักฟื้นน้อยที่สุด การ ดูดไขมันด้วยเครื่อง Body Jet ที่ใช้เทคโนโลยีพลังน้ำอาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินได้แล้ว ยังสามารถเก็บรักษาไขมันที่ดูดออกมาไว้ใช้ประโยชน์ต่อได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเติมหน้าอก เติมสะโพก หรือปรับแต่งรูปหน้าให้ดูอิ่มเอิบขึ้น
ดูดไขมันด้วยเครื่อง Body Jet คืออะไร?
ดูดไขมันด้วยเครื่อง Body Jet เป็นเทคโนโลยีการกำจัดไขมันส่วนเกินจากประเทศเยอรมนี ที่มีจุดเด่นคือการใช้พลังน้ำในการแยกเซลล์ไขมันออกจากเนื้อเยื่อ แทนที่จะใช้พลังงานความร้อนหรือคลื่นเสียงเหมือนเครื่องดูดไขมันแบบอื่น หลักการทำงานของเครื่องคือการฉีดพ่นน้ำด้วยแรงดันที่เหมาะสมเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง น้ำจะค่อยๆ แยกเซลล์ไขมันที่จับตัวกันแน่นออกจากกัน และในขณะเดียวกันก็ดูดเซลล์ไขมันเหล่านั้นออกมาพร้อมกับน้ำอย่างอ่อนโยน
เนื่องจากเครื่อง Body Jet ไม่ได้ใช้ความร้อนในการทำงาน จึงไม่ทำให้เนื้อเยื่อโดยรอบได้รับความเสียหาย เส้นเลือดและเส้นประสาทจึงไม่ถูกกระทบกระเทือน ส่งผลให้ผู้รับบริการมีอาการบวมช้ำน้อย เสียเลือดในปริมาณน้อยมาก และที่สำคัญคือไขมันที่ดูดออกมายังคงมีชีวิตและมีคุณภาพสูง เพราะไม่ได้ถูกทำลายด้วยความร้อน ทำให้สามารถนำไขมันเหล่านี้ไปใช้ในการทำ Fat Transfer หรือการเติมไขมันในส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการเสริมหน้าอก เติมสะโพก ปรับแต่งรูปหน้า หรือเติมเต็มริ้วรอยต่างๆ
นอกจากนี้ เครื่อง Body Jet ยังเป็นระบบปิดที่ไม่ให้ไขมันสัมผัสกับอากาศภายนอก จึงช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และแผลที่เกิดขึ้นมีขนาดเล็กเพียง 3-5 มิลลิเมตรเท่านั้น ทำให้แทบจะมองไม่เห็นแผลหลังจากที่หายดีแล้ว ผู้รับบริการส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติภายในระยะเวลาอันสั้น บางรายแทบไม่ต้องพักฟื้นเลยก็ได้ – เครื่องดูดไขมัน 4 แบบยอดนิยม
- ดูดไขมันด้วยเครื่อง Body jet มีการพ่นน้ำเพื่อแยกชั้นไขมันออกจากเนื้อเยื่อที่เกี่ยวพันเส้นประสาทและเส้นเลือด ในขณะดูดไขมัน เพราะฉะนั้นจะไม่มีผลกระทบต่อหลอดเลือด เส้นประสาท หรือเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ ทำให้ ไม่เกิดความบอบช้ำของผิวหรืออาการบวม และเสียเลือดในปริมาณน้อยมาก
- ดูดไขมันด้วยเครื่อง Body jet เป็นกระบวนการดูดไขมันแบบระบบปิด ที่ช่วยทำให้ไขมันที่ดูดออกมาไม่กระทบกับอากาศภายนอกเหมือนเครื่องทั่วไป จึงไม่มีภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ อีกทั้งไขมันที่ได้มายังเป็นไขมันที่มีคุณภาพสูง เพราะฉะนั้นการนำไขมัน ไปใช้นั้นแทบจะไม่มีการสลายตัว
- ดูดไขมันด้วยเครื่อง Body jet มีการพ่นน้ำอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวล จะทำให้ง่ายในการดูดไขมัน จึงใช้ระยะเวลาในการดูดไขมันที่สั้นลง ทำให้เกิดการบอบช้ำน้อย
- ส่วนใหญ่ผู้ที่รับการ ดูดไขมันด้วยเครื่อง Body jet จะใช้เวลาในการพักฟื้นน้อยมาก บางรายสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติในทันที
- ไม่อันตราย ไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบ
- สามารถกำจัดเซลล์ไขมันได้ไม่จำกัด
- เสียเลือดในปริมาณน้อย
- สามารถกำจัดส่วนเกินที่ไม่ต้องการ และนำใช้เป็น Fat Transfer ในเติมเต็มส่วนต่างๆของร่างกายได้
- ผลการทำ Fat Transfer อยู่ได้นานกว่าการฉีด Filler ทั่วไป
- ผลการทำ Fat Transfer ไม่มีการแพ้ เสี่ยงต่อการติดเชื้อน้อย เนื่องจากเป็นไขมันของตัวเอง และเครื่อง Body Jet เป็นระบบปิด เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้น้อย
- ผู้ที่ต้องการเติมหน้าอก เติมสะโพก ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ให้ดูเป็นธรรมชาติ ด้วยวิธีนี้จะเป็นธรรมชาติมากๆ เพราะไม่ต้องใช้ซิลิโคน ใช้เป็นไขมันตัวเองแทน
- ผู้ที่ต้องการเติมหน้าอก เติมสะโพก โดยที่ไม่ต้องการเจ็บ ด้วยวิธีนี้ ระดับความเจ็บ ที่สอบถามจากคนไข้ คือ 2/10 เพราะไม่ต้องผ่าตัด เพียง ดูดไขมันด้วยเครื่อง Body jet และฉีดกลับเข้าไปในส่วนที่เราต้องการ
- ผู้ที่ต้องการเติมหน้าอก เติมสะโพก และไม่มีเวลาในการพักฟื้น ด้วยวิธีการนี้ โดยส่วนมากสามารถ กลับไปใช้ชีวิตประจำวันและทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติในทันที
- ผู้ที่ต้องการเติมเต็มริ้วรอยบนใบหน้า ปรับแก้ไขจุดที่บกพร่อง ผลลัพธ์ที่ดีและอยู่ได้นานกว่าการฉีดฟิลเลอร์ ด้วยวิธี ดูดไขมันด้วยเครื่อง Body jet การสลายตัวของไขมัน แทบจะไม่มีเลย เนื่องจากไขมันที่ได้มาเป็นไขมันที่มีคุณภาพนั้นเอง
สรุป
ดูดไขมันด้วยเครื่อง Body Jet เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกำจัดไขมันส่วนเกินแต่ไม่อยากเจ็บมาก ไม่มีเวลาพักฟื้นนาน หรือต้องการนำไขมันที่ดูดออกมาไปใช้ประโยชน์ในการเติมเต็มส่วนอื่นของร่างกาย ด้วยเทคโนโลยีพลังน้ำที่อ่อนโยน ไม่ทำลายเซลล์ไขมันและเนื้อเยื่อโดยรอบ ทำให้ได้ไขมันคุณภาพสูงที่พร้อมใช้งานทันที อีกทั้งยังมีผลข้างเคียงน้อย ไม่ทำให้ผิวเป็นคลื่นหรือบุ๋ม หากกำลังพิจารณาทำหัตถการดูดไขมัน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณเอง

