การดูดไขมันเป็นหนึ่งในขั้นตอนการปรับสัดส่วนที่ได้รับความนิยมสูง เพราะสามารถกำจัดไขมันส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หลังจากทำเสร็จแล้ว คำถามที่หลายคนสงสัยมากที่สุดก็คือ ดูดไขมันบวมกี่วัน ถึงจะยุบและหายดี?
อาการบวมหลังดูดไขมันเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากร่างกายได้รับการกระทบกระเทือนจากการดูดไขมันออกในปริมาณมาก ผิวหนังจึงต้องใช้เวลาในการปรับตัวและกลับเข้าที่ การเข้าใจระยะเวลาและวิธีดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณผ่านช่วงพักฟื้นได้อย่างราบรื่น และได้ผลลัพธ์ที่สวยงามตามที่ต้องการ
ในบทความนี้ เราจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับระยะเวลาที่อาการบวมจะค่อยๆ ยุบลง ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงวิธีการดูแลตัวเองหลังดูดไขมันอย่างละเอียด เพื่อให้คุณมั่นใจและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์
ดูดไขมันบวมกี่วัน
โดยทั่วไปแล้วในระยะแรก หลังการดูดไขมัน 3-7 วัน ช่วง 3 วันแรก อาจจะมีเลือดและน้ำเกลือที่ถูกฉีดเข้าไปเพื่อทำให้ไขมันแตกตัว ก่อนที่จะดูดไขมัน นั้นไหลซึมออกมา โรงพยาบาลหรือคลินิกบางแห่งอาจจะมีการเย็บปากแผล เพื่อให้รอยแผลเป็นนั้นสวยและเรียบเนียน แต่บางที่อาจจะไม่ได้เย็บ เพื่อที่จะเปิดช่องให้ระบายน้ำเกลือที่ค้างอยู่ในร่างกายออกได้ดีขึ้น ช่วยให้อาการบวมนั้น ยุบตัวลงเร็วยิ่งขึ้น
ดังนั้น จึงบอกได้ว่า การ ดูดไขมันบวมกี่วัน ? จะบวมสูงสุดในช่วง 3 วันแรกนั่นเอง หากมีการเย็บปิดปากแผล แพทย์จะทำการนัดตัดไหม เมื่อเวลาครบ 1 สัปดาห์ ซึ่งในระยะนี้ อาการบวมจะค่อยๆยุบลง แต่อาจจะมีรอยเขียวช้ำจากการดูดไขมันอยู่บ้าง ซึ่งสามารถหายได้เองโดยที่ไม่มีผลกระทบใดๆกับร่างกาย
แต่หากพบว่า อาการบวมนั้นยาวนานผิดปกติ หรือมีอาการบมขึ้นเรื่อยๆ ควรไปพบแพทย์ที่ทำการดูดไขมัน เพื่อให้ตรวจเช็คว่าเกิดอาการผิดปกติขึ้นหรือไม่ ดูดไขมันบวมกี่วัน ถึงจะยุบและหายดี ? หลังดูดไขมันกว่าผิวจะเข้าที่อยู่ที่ 1-2 เดือน แต่ก็สามารถทิ้งระยะเวลายาวนานได้ถึง 6 เดือนเช่นกัน – ดูดไขมันหน้าท้อง ข้อมูลต้องรู้ก่อนกำจัดไขมันส่วนเกิน
- หลังผ่าตัด ดูดไขมัน จะมีน้ำซึมจากแผลออกมาเรื่อย ๆ ประมาณ 1-2 วัน
- แผลผ่าตัดจะเย็บด้วยไหมชนิดต้องตัดออก โดยแพทย์จะนัดตัดไหมที่ 1 สัปดาห์
- สิ่งที่สำคัญคือการใส่ผ้ากระชับ ในช่วง 1 เดือนแรกควรสวมชุดกระชับเกือบตลอด 24 ชั่วโมง ให้ถอดได้เฉพาะเวลาอาบน้ำ หรือวันละ 1-2 ชม. ในเดือนที่ 2-3 ให้ใส่วันละ 12 ชม. ทั้งนี้เพื่อให้ผิวหนังมีความกระชับ ได้รูปที่สวยงาม
- หลังจาก ดูดไขมันต้นขา จะมีอาการปวดล้า กล้ามเนื้อต้นขาได้บ้างเล็กน้อย แต่สามารถเดินได้ตามปกติ สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ทันที
- สามารถออกกำลังกายเบา ๆ ได้หลังผ่าตัด ดูดไขมันต้นขา 3 สัปดาห์ และออกกำลังหนักได้หลังผ่าตัด 6 สัปดาห์
- อาการช้ำ และปวด จะดีขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่อาการบวมจะเป็นนานมากที่สุด ซึ่งอาจจะนานถึง 3 เดือน ทั้งนี้เพราะการ ดูดไขมันต้นขา จะไปรบกวนระบบน้ำเหลืองและการไหลเวียนเลือดได้บ้าง ทำให้ฟื้นตัวนานสุด
- การดูดไขมันต้นขาสามารถเห็นผลการรักษาได้ 80-90% เมื่อผ่านไป 3 เดือน
- อาจมีอาการปลายประสาทอักเสบ รู้สึกชาๆ แปล๊บๆ บริเวณที่ทำการดูดไขมันได้ ซึ่งจะหายไปเอง เมื่อครบ 3 เดือน
ผลข้างเคียงของการดูดไขมัน
จากการดูดไขมันจะมีอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายของเราบ้าง เนื่องจากการดูดไขมันนั้น คือ การนำไขมันจำนวนมากออกไปภายในเวลารวดเร็ว ดังนั้น การเกิดอาการบวม ช้ำ เขียว จึงเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้หลังการดูดไขมัน ดูดไขมันบวมกี่วัน อาการบวมที่เกิดขึ้นจะมากหรือน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่รอยเขียวช้ำนั้นสามารถหายไปได้เอง โดยไม่มีผลกระทบรุนแรงใดๆ กับร่างกาย
อาการหลังจากการดูดไขมันเสร็จสิ้นเรียบร้อย จะเกิดสิ่งเหล่านี้ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ที่สามารถหายไปได้เอง
- มีการบวมและช้ำ
- มีอาการชา สามารถจะหายไปเองภายใน 6-8 สัปดาห์
- อาจมีรอยแผลเป็น
- เกิดการอักเสบในบริเวณที่รับการรักษา
- มีการสะสมของของเหลว เป็นถุงใต้ผิวหนัง
สิ่งที่ช่วยได้คือการสวมใส่สเตย์หรือชุดรัดกระชับ จะช่วยให้อาการบวมยุบเร็วขึ้น และยังช่วยพยุงร่างกายไว้ไม่ให้กระทบกระเทือนบริเวณที่เป็นแผล นอกจากจะช่วยลดการบวมแล้ว ยังช่วยให้เจ็บน้อยลงเวลาเคลื่อนไหว
ในบางราย เมื่อดูดไขมันไปแล้วอาจทำให้ผิวหนังบริเวณที่ถูกดูดไขมันออกไปไม่เรียบ เหลือเป็นรอยลักษณะเป็นคลื่นอยู่ สาเหตุเกิดจากดูดไขมันในชั้นผิวที่ไม่ลึกมากพอ หรือบางรายผิวอาจแข็ง เนื่องจากเนื้อเยื่อแข็งขึ้น แต่สามารถรักษาได้โดยการนวด ไม่ว่าจะเป็นนวดแผนไทยหรือนวดน้ำมัน หรือใช้เครื่อง RF รักษาร่วมด้วย
ผลข้างเคียงที่เกิดจากผิดพลาด ที่ทำการดูดไขมันโดยแพทย์ที่ไม่มีความชำนาญ
- หลังจากการดูดไขมันแล้วเป็นก้อนไม่สม่ำเสมอ
- การเปลี่ยนแปลงของสีผิวในพื้นที่ที่ได้รับการรักษา
- อาการห้อเลือด
- เกิดอาการชาเป็นระยะเวลาหลายเดือน
- อาจสร้างความเสียหายให้กับอวัยวะภายในระหว่างขั้นตอนการดูดไขมัน เช่น เข็มหรือท่อแทงทะลุลำไส้
- ภาวะไขมันหรือลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด
- ปอดบวมน้ำ หัวใจล้มเหลว ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต
นอกจากนั้น การดูดไขมันทำให้เกิดความเสี่ยง เช่น มีเลือดออกมาก เกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ เกิดการติดเชื้อ หรือมีอาการแพ้ยาชา
- หลังจากการดูดไขมัน อาจเกิดรอยแผลเป็น บริเวณจุดทางเข้าอุปกรณ์ที่ใช้ดูด เป็นแผลเป็นขนาดเล็กมีขนาดเท่ากับหลอดยาคูล โดยสามารถเลือกได้ว่า จะเย็บปิดแผลให้สวยงาม หรือ เปิดไว้เพื่อให้ระบายน้ำเกลือออกได้ดีกว่า
- หลังทำควรหลีกเลี่ยงการโดนน้ำบริเวณแผล จนกว่าแผลจะแห้งสนิท
- หากต้องการทาครีมลดรอยแผลเป็น ควรทิ้งระยะไว้ 2สัปดาห์หรือรอจนกว่าแผลจะแห้งสนิท
- ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก็คือ “การสวมชุดกระชับหลังทำการดูดไขมัน.” เนื่องจากหลังทำการดูดไขมัน จะมีช่องว่างในชั้นผิวอยู่ การสวมชุดกระชับ จะทำให้เนื้อเรียบเนียนและแนบชิดเข้ารูปสวยตามที่ต้องการ แนะนำว่าให้เป็นชุดกระชับที่ออกแบบมาสำหรับการใช้หลังจากการดูดไขมัน และต้องใส่ต่อเนื่อง1-2 เดือน โดยเดือนแรกแนะนำให้ใส่ตลอดเวลา “เพราะการสวมชุดกระชับคือขั้นตอนการดูแลหลังจากการดูดไขมันที่สำคัญที่สุด”
- สวมใส่เสื้อผ้าหลวมๆ เพราะหลังทำการดูดไขมัน ต้องใส่ชุดกระชับตลอดเวลา จะได้ไม่รู้สึกอึดอัดและรู้สึกคล่องตัวกว่า
- งดทานของหมักดอง และเครื่องดื่มแอลกฮอล์ เพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น
- ทานยาที่แพทย์สั่งหลังจากการรักษา อย่างสม่ำเสมอ
บทสรุป
ดูดไขมันบวมกี่วัน ? คำตอบคือ อาการบวมจะมากที่สุดในช่วง 3 วันแรกหลังทำ และจะค่อยๆ ยุบลงภายใน 1-2 สัปดาห์ สำหรับการบวมที่เหลืออยู่จะค่อยๆ หายไปอย่างสมบูรณ์ภายใน 1-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
สิ่งสำคัญที่สุดในการฟื้นตัวหลังดูดไขมันคือ การสวมชุดกระชับอย่างต่อเนื่อง นวดบริเวณที่รักษาเบาๆ ทานยาตามที่แพทย์สั่ง หลีกเลี่ยงการโดนน้ำบริเวณแผล และพักผ่อนให้เพียงพอ หากพบว่าอาการบวมผิดปกติ บวมมากขึ้นเรื่อยๆ หรือมีอาการปวดรุนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
จำไว้ว่า ผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัยนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคนิคการดูดไขมันเพียงอย่างเดียว แต่การดูแลตัวเองหลังทำอย่างถูกวิธีก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูดไขมัน อย่าลืมปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อข้อมูลที่ตรงกับสภาพร่างกายมากที่สุด

