การเลือก เครื่องดูดไขมัน ที่เหมาะสมเป็นขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการกำจัดไขมันส่วนเกิน ปัจจุบันเทคโนโลยีการดูดไขมันพัฒนาไปมาก มีตัวเลือกหลากหลายตั้งแต่การใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ คลื่นความถี่วิทยุ พลังงานน้ำ ไปจนถึงระบบการสั่น แต่ละเทคโนโลยีมีจุดเด่นและความเหมาะสมแตกต่างกัน บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักเครื่องดูดไขมันแบบต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจในการตัดสินใจเลือกวิธีที่ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด
การดูดไขมัน คืออะไร?
การดูดไขมัน เป็นทางเลือกหนึ่งในการกําจัดไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ตามบริเวณต่างๆของร่างกาย เช่น หน้าท้อง สะโพก ต้นแขน และต้นขา ปัจจุบันมีทางเลือกในการกําจัดไขมันส่วนเกินได้หลากหลายวิธี โดยดูดไขมันเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจาก สามารถเห็นผลได้ชัดเจน และรวดเร็ว เพราะเป็นการสลายไขมันแล้วดูดนําไขมันออกจากร่างกายเลยในทันที
เครื่องดูดไขมันก็มีด้วยกันมากมายหลายแบบ แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร มาดูข้อเปรียบเทียบเครื่องดูดไขมันแต่ละประเภทว่าแตกต่างกันอย่างไร – ดูดไขมันบวมกี่วัน ถึงจะยุบและหายดี ?
กระบวนการดูดไขมัน vaser คือ แพทย์จะทำการฉีดน้ำเกลือที่มีส่วนผสมของยาชาไปยังตำแหน่งที่จะการดูดไขมันส่วนเกินออก จากนั้นกรีดผิวหนังและสอดเครื่องมืออุปกรณ์เล็กๆ โดยจะใส่เข้าไปใต้ผิว แล้วเครื่องมือจะปล่อยคลื่น Ultrasound จากระบบหัวฉีด Vaser ที่มีหัวฉีดขนาดเล็กมาก ประมาณ 3 มิลลิเมตรเท่านั้น คลื่นนี้จะช่วยย่อยไขมันให้อ่อนนิ่มและเหลวมากขึ้น จนละลายออกมาปนอยู่ในน้ำเกลือที่เราฉีดเข้าไปก่อนหน้านั้น จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการดูดไขมันต่อไป
ข้อดีเครื่องดูดไขมันVASER
- สามารถดูดไขมันออกมาได้ปริมาณมาก ๆ ในคราวเดียว
- เทคโนโลยีมีความปลอดภัยสูงได้รับการยอมรับจาก US FDA และ THAI FDA
- เครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดสามารถดูดไขมันได้แม้ในบริเวณที่เข้าถึงยาก
- แผลเล็ก หลังทำสามารถกลับบ้านได้ทันที
เครื่องดูดไขมัน Body tite
การดูดไขมันแบบ BodyTite เป็นวิธีที่พัฒนาหลังจากเวเซอร์ราวๆ 7 ปี การดูดไขมันแบบนี้จะใช้เทคโนโลยีปล่อยคลื่นความถี่วิทยุ (Radio frequency: RF) ออกมา เพื่อช่วยสลายไขมัน ให้มีโมเลกุลที่เล็กลง ดูดออกมาได้ง่ายขึ้น ไขมันที่ถูกดูดออกมามีเลือดปนน้อยมากเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ ทำให้เกิดแผลเพียงเล็กน้อย พร้อมช่วยกระชับผิวได้ในตัว
ข้อดีเครื่องดูดไขมัน Bodytite
- สามารถดูดไขมันพร้อมกับกระชับผิวได้ในคราวเดียว
- เทคโนโลยีมีความปลอดภัยสูง ได้รับการยอมรับจาก US FDA และ THAI FDA
- ผิวหนังเรียบเนียนขึ้นหลังจากดูดไขมัน ขจัดเซลลูไลท์ ผิวเปลือกส้ม ผิวเป็นคลื่น
- แผลเล็ก หลังทำสามารถกลับบ้านได้ทันที
เครื่องดูดไขมัน Body Jet
การดูดไขมันแบบ Body-Jet เหมาะกับผู้ที่ต้องการนำไขมันไปเติมเต็ม (Filler) ส่วนอื่นๆ การดูดไขมันแบบ Body-Jet จะแตกต่างจากวิธีอื่นคือ ใช้พลังงานน้ำในการแยกเซลล์ไขมันออกจากเนื้อเยื่อผิวหนัง ทำให้เจ็บน้อย และเซลล์ไขมันมีสภาพสมบูรณ์ ไม่ตาย ที่สำคัญ มีระบบปลอดเชื้อเป็นแบบระบบปิด คือ ดูดไขมันแล้วเอาไปฉีดส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้เลยทันที นิยมใช้ในการเติมไขมันบริเวณใบหน้าให้ดูอิ่มเอิบ หรือใช้เสริมหน้าอก สะโพก ก็ได้เช่นกัน
ข้อดีเครื่องดูดไขมัน Body-Jet
- เซลล์ไขมันที่ดูดออกมายังไม่ตาย และเก็บในระบบปลอดเชื้อสามารถนำไปเติมในบริเวณที่ต้องการได้
- อ่อนโยน นุ่มนวล ไม่บอบช้ำ เจ็บน้อยมาก พักฟื้นน้อยมาก
- ไม่ทำให้ผิวหนังเป็นคลื่น เนื่องจากไม่ได้มีการทำร้ายเนื้อเยื่อใกล้เคียง
- เทคโนโลยีมีความปลอดภัยสูงได้รับการยอมรับจาก US FDA และ THAI FDA
- แผลเล็ก หลังทำสามารถกลับบ้านได้ทันที
เครื่องดูดไขมัน MicroAir-PAL
การดูดไขมันด้วยเครื่องสั่น หรือ MicroAir-PAL (Power assisted Liposuction) การดูดไขมันด้วยเครื่องสั่น เป็นเครื่องที่พัฒนารุ่นหลัง ใช้ระบบสั่นช่วยในการดูดไขมันให้ไหลออกมาได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่พังผืดมีความแข็งแรง เช่น กลางหลัง หรือบริเวณที่เคยดูดไขมันมาก่อนแล้วต้องทำซ้ำ สาเหตุที่เครื่องแบบ PAL ไม่ได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากราคาเครื่องค่อนข้างสูง
ข้อดีเครื่องดูดไขมัน MicroAir-PAL
- ดูดไขมันได้ปริมาณมาก
- ลดระยะเวลาในการดูดไขมัน
- ลดการบาดเจ็บและบอบช้ำของเนื้อเยื่อจากการเสียดสีของแท่งดูดไขมัน
- เทคโนโลยีมีความปลอดภัยสูงได้รับการยอมรับจาก US FDA และ THAI FDA
- แผลเล็ก หลังทำสามารถกลับบ้านได้ทันที
บทสรุป
การเลือก เครื่องดูดไขมัน ควรพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งบริเวณที่ต้องการดูด ปริมาณไขมัน สภาพผิวหนัง และวัตถุประสงค์หลังการดูด เช่น หากต้องการนำไขมันไปเติมบริเวณอื่น Body Jet จะเหมาะสมที่สุด หากต้องการกระชับผิวไปพร้อมกัน BodyTite คือคำตอบ ขณะที่ VASER เหมาะกับการดูดไขมันปริมาณมาก และ MicroAir-PAL เหมาะกับบริเวณที่เข้าถึงยาก สิ่งสำคัญคือควรเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน FDA เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษา

