fbpx

6 วิธีการ ยกกระชับ ใบหน้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

162 total views, 1 views today

ผิวหน้าที่อ่อนเยาว์เหมือนสมัยเด็กๆ ใบหน้ามีความยืดหยุ่นกระชับตึงเรียบเนียน และไร้ริ้วรอย คงเป็นความไฝ่ฝันของสาวๆหลายๆคน แต่ด้วยวันเวลาที่ผ่านไปทำให้ความกระชับนั้นหายไป ใบหน้าหย่อนคล้อย โดยเริ่มมีริ้วรอยตื้นๆ เกิดขึ้นก่อนหากปล่อยทิ้งไว้ก็จะพัฒนาเป็นริ้วรอยที่มีขนาดใหญ่และลึกขึ้นจนสังเกตได้

สาเหตุมีทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายในเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ได้แก่การไหลเวียนของโลหิต เมื่ออายุมากขึ้นระบบไหลเวียนของโลหิตที่จะนำสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ผิวเริ่มทำงานช้าลง สำหรับปัจจัยภายนอกเช่น แสงแดดและมลภาวะบุหรี่ การรับประทานอาหาร การไม่ใส่ใจดูแลผิว

จึงทำให้การ ยกกระชับ ผิวหน้าแบบเร่งด่วนด้วยเทคโนโลยีทางความงามต่างๆ ได้รับความนิยมอย่างมาก

วิธียกกระชับใบหน้าการยกกระชับด้วยเลเซอร์ยกกระชับ

การ ยกกระชับ ด้วยเลเซอร์ ยกกระชับ (Tightening Laser) : ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนช่วยให้ริ้วรอยตื้นๆ ลดลงรูขุมขนกระชับขึ้นช่วยให้ผิวหน้ากระชับและลดการหย่อนคล้อย

• ข้อดี ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น ราคาในการรักษาไม่สูงมากเมื่อเทียบกับวิธีอื่น

• ข้อเสีย ผลลัพธ์คงอยู่ไม่นานต้องทำต่อเนื่องหลายครั้งจึงจะเห็นผลชัดเจน

การยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุเทคโนโลยีเทอร์มาจ

การ ยกกระชับ ด้วยคลื่นวิทยุเทคโนโลยีเทอร์มาจ (Thermage:Monopolar Radio Frequency): เป็นการรักษาโดยส่งผ่านคลื่นวิทยุและความร้อนลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวหนังชั้นลึกทำให้ผิวหนังแข็งแรงและยืดหยุ่นดีขึ้นทำให้ผิว ยกกระชับ ความหย่อนคล้อยและริ้วรอยลดลง

• ข้อดี หลังทำการรักษาเพียงครั้งเดียว จะเห็นผลทันทีและเห็นผลมากขึ้นเมื่อผ่านไป 1-2 เดือน และผลลัพธ์คงอยู่นาน 1-2 ปี

• ข้อเสีย รู้สึกเจ็บขณะที่ทำ ราคาค่อนข้างสูง

การยกกระชับด้วยเทคโนโลยีเครื่องโฟกัสอัลตราซาวน์อัลเทอรา

การ ยกกระชับ ด้วยเทคโนโลยีเครื่องโฟกัสอัลตราซาวน์อัลเทอรา (Ultherapy System) : เป็นการรักษาโดยส่งผ่านพลังงานคลื่นเสียงที่มีคลื่นความถี่สูง เป็นการยกกระชับแบบเฉพาะเจาะจงลงลึกถึงชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ SMAS และชั้นคอลลาเจน

• ข้อดี พลังงานลงลึกได้มากกว่า Thermage หลังทำการรักษาเพียงครั้งเดียว จะรู้สึกว่าผิวยกกระชับในทันทีและเห็นผลมากขึ้นเมื่อผ่านไป 1-2 เดือน และผลลัพธ์คงอยู่นาน 1-2 ปี

• ข้อเสีย รู้สึกเจ็บขณะที่ทำ ราคาค่อนข้างสูง

ยกกระชับใบหน้า อย่างไรการยกกระชับใบหน้าและลำคอด้วยการฉีดโบท็อกซ์

การ ยกกระชับ ใบหน้าและลำคอด้วยการฉีดโบท็อกซ์ (Nefertiti Lifting): โบท็อกซ์จะไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อที่ดึงหน้าให้หย่อนคล้อยส่งผลให้ใบหน้าดู ยกกระชับ อ่อนเยาว์ขึ้นทำให้รูปหน้าขอบหน้าชัดเจนสวยงามแลดูเรียวลง

• ข้อดี เห็นผลที่ 1-2 สัปดาห์หลังฉีด ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ

• ข้อเสีย ผลการรักษาจะอยู่ได้ไม่นานนักประมาณ 4-6 เดือนหลังการฉีด 1 ครั้ง

การยกกระชับใบหน้าด้วยการฉีดสารเติมเต็มฟิลเลอร์

การ ยกกระชับ ใบหน้าด้วยการฉีดสารเติมเต็มฟิลเลอร์ (Dermal Filler) : การเลือกเติมฟิลเลอร์ในกลุ่มไฮยาลูโรนิคเอสิดซึ่งนับว่ามีความปลอดภัยสูงสามารถช่วยเพิ่มปริมาตรของผิวให้เติมเต็มลดปัญหาร่องลึก เช่น ร่องแก้มและร่องใต้ตาซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหน้าแลดูมีอายุ

• ข้อดี การฉีดฟิลเลอร์ด้วยสารไฮยาลูโรนิคเอสิดเพียง 1 ครั้งจะเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีและคงอยู่นานประมาณ 1 ปี โดยไม่ต้องพักฟื้น

• ข้อเสีย อาจพบรอยเข็มหรือรอยเขียวช้ำจากการฉีดได้

การยกกระชับใบหน้าด้วยไหมละลาย PDO

การ ยกกระชับ ใบหน้าด้วยไหมละลาย PDO (Thread Lifting) : นำมาใช้รักษาความเหี่ยวย่นและหย่อนคล้อยใต้ผิวหนังโดยหลังการร้อยไหม ไหมจะกระตุ้นการหดรัดตัวและกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวหนังทำให้เกิดการ ยกกระชับของผิวหนัง ใบหน้าจึงดูเต่งตึงขึ้นนั่นเอง

• ข้อดี ไหมจะละลายสลายตัวหมดได้เองภายในระยะเวลา6-8เดือน และผลการ ยกกระชับ คงอยู่นานประมาณ 1 ปี

• ข้อเสีย อาจพบอาการเจ็บ บวม หรือช้ำบริเวณที่ทำการร้อยไหมได้

สรุป วิธีการ ยกกระชับใบหน้า ทั้งหมดนี้ คือวิธีที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน ส่วนวิธีไหนดีที่สุดนั้น ควรต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามที่นี่

      สุขภาพและความงาม